วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การเกษตรไม้ดอกไม้ประดับ

การเกษตรเรื่องพันธุ์ของกุหลาบ


การเกษตรเรื่องพันธุ์ของกุหลาบในประเทศไทย
1) กุหลาบตัดดอก หรือ ไฮบริดที (Hybrid Tea หรือ HT) ปกติมักออกดอกเป็นดอกเดี่ยวมีขนาดโต กลีบดอกซ้อน พุ่มต้นตั้งตรงสูงประมาณ 1-2 เมตร กุหลาบชนิดนี้ที่มีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด ในการทำการเกษตร การปลูกกุหลาบพันธุ์ ไฮบริดที นั้นจำเป็นต้องคัดเลือกพันธุ์ให้เหมาะสมสำหรับแต่ละท้องที่ เพราะกุหลาบพันธุ์นี้ไม่ได้ปลูกเป็นไม้ตัดดอกได้ดีทุกพันธุ์ ลักษณะที่ดีสำหรับสำหรับตัดดอก มีดังนี้
•ต้องมีความแข็งแรงทนทาน ลำต้นโต สามารถเจริญเติบโตได้ดี
•ต้องออกดอกอย่างสม่ำเสมอ และต้องไม่ทรุดโทรมไวเมื่อถูกตัดดอกไปมากๆ
•ต้องทนต่อโรคและแมลงได้ดี
•ต้อวมีลำต้นที่ตั้งตรง เพราะจะทำให้ปลูกชิดกันได้มากขึ้น ช่วยประหยัดเนื้อที่
•ต้องมีกิ่งก้านยาวตรง มีหนามน้อย และมีใบงามสมดุลกับกิ่ง
•รูปร่างของดอกดี คือทรงดอกยาวแบบแจกันหรือปลายกลีบดอกแหลม
•กลีบดอกต้องไม่ซ้อนหนาเกินไปจนดอกบานไม่ออก
•กลีบดอกต้องหนา เพื่อจะได้สามารถทนทานในขั้นตอนการบรรจุหีบห่อและขนส่ง
•ดอกต้องมีสีสันสวยงามสะดุุดตาและต้องไม่เปลี่ยนสีเมื่อดอกโรย
•ต้องไม่เหี่ยวเฉาง่ายหลังจากตัดแล้ว เพราะจะทำให้กุหลาบเสียราคา
•ดอกต้องมีกลิ่นหอม (ถ้าเป็นไปได้)
โดยพันธุ์กุหลาบที่กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้ปลูกมีดังนี้
•พันธุ์ดอกสีแดง ได้แก่ พันธุ์บราโว. เรดมาสเตอร์พีช , คริสเตียนดิออร์, โอลิมเปียด, นอริค้า, แกรนด์มาสเตอร์พีช, ปาปามิลแลนด์, เวก้า
•พันธุ์ดอกสีเหลือง ได้แก่ พันธุ์คิงส์แรนซัม, ซันคิงส์, เฮสมุดสมิดท์,นิวเดย์ โอรีโกลด์ และเมลิลอน
•พันธุ์ดอกสีส้ม ได้แก่ พันธุ์ซันดาวน์เนอร์, แซนดรา, ซุปเปอร์สตาร์หรือทรอพปิคานา
•พันธุ์ดอกสีชมพู ได้แก่ พันธุ์มิสออลอเมริกาบิวตี้ หรือมาเรีย, คาสลาส, ไอเฟลทาวเวอร์, สวาทมอร์, เฟรนด์ชิพ, เพอร์ฟูมดีไลท์, จูวังแซล, เฟิร์สท์ไพรซ์, อเควเรียส, ซูซานแฮมเชียร์
•พันธุ์ดอกสีขาว ได้แก่ พันธุ์ไวท์คริสต์มาส เอทีนา
•พันธุ์ดอกสีอื่นๆ ได้แก่ พันธุ์แยงกี้ดูเดิ้ล, ดับเบิ้ลดีไลท์, เบลแอนจ์
•นอกจากนี้ยังมีกุหลาบสำหรับเด็ดดอกร้อยพวงมาลัย เช่น กุหลาบพันธุ์ฟูซิเลียร์ ซึ่งมีดอกสีส้ม
2) กุหลาบพวง หรือ ฟลอริบันด้า ( Foribunda หรือ F.) กุหลาบพวงจะมีความแข็งแรงทนทานกว่ากุหลาบตัดดอก ออกดอกดกแต่ดอกไม่ใหญ่เท่ากับกุหลาบตัดดอกแต่มีครบทุกสี และออกดอกเป็นช่อทีละหลายๆ ดอก จึงนิยมเรียกว่ากุหลาบพวง และมักบานพร้อมกัน ดอกมีขนาดเล็ก พุ่มต้นตั้งตรงสูง ประมาณครึ่งเมตรถึง 1 เมตร เหมาะสมที่จะปลูกในแปลงประดับและในกระถางเช่น พันธุ์ฟูซีเลียร์ , พันธุ์แองเจลเฟส เป็นต้น
3) ประเภทแกรนดิฟลอร่า (Grandiflora หรือ Gr. ) กุหลาบประเภทนี้เป็นกุหลาบลูกผสมระหว่างกุหลาบตัดดอก และกุหลาบพวง มีลักษณะเป็นดอกเดี่ยว แต่ดอกเล็กกว่ากุหลาบตัดดอก มีก้านยาว ต้นโต สูง และแข็งแรง เช่ น พันธุ์คาเมล็อท , พันธุ์คาเสทไนท์ เป็นต้น
4) กุหลาบ หรือ มินิเอเจอร์ (Miniature หรือ Min.) เป็นกุหลาบที่มีขนาดพุ่มต้นเล็ก สูง 1- 2 ฟุต ออกดอกเป็นพวงและดอกมีขนาดเล็ก นิยมปลูกประดับแปลง และใช้เป็นไม้กระถาง เช่น พันธุ์เบบี้ มาสเคอร์เหรด เป็นต้น
5) กุหลาบเลื้อย หรือ ไคลมเบอร์ (Climher หรือ Cl.) กุหลาบชนิดนี้ลำต้นสูงตรง นำไปเลื้อยพันกับสิ่งต่าง ๆ ได้ดอกมีทั้งเป็นดอกขนาดใหญ่ และดอกเป็นพวง เช่น พันธุ์ดอนจวน , พันธุ์ค็อกเทล เป็นต้น
6) ประเภทโพลีแอนท่า (Polyantha หรือ Pol.) เป็นกุหลาบลูกผสมระหว่างพันธุ์โรซ่า มัลติฟอร่า กับ โรซ่า ไชเนนซิสมีขนาดพุ่มต้นเตี้ย แข็งแรงและทนทานมาก ออกดอกเป็นพวงคล้ายกุหลาบพวง ลักษณะดอกและต้นคล้ายกุหลาบหนูแต่จะแตกต่างกับกุหลาบหนูตรงที่กุหลาบโพลีแอนท่า จะมีหูใบที่มีลักษณะของพันธุโรซ่า มัลติฟลอร่า กุหลาบประเภทนี้ เช่น พันธุ์วายวอน ราเบีย เป็นต้น
7) ประเภทแรมเบลอร์ (Rambler หรือ R) มีลำต้นยาวและอ่อนโค้งออกดอกเป็นพวงและดอกมีขนาดเล็ก เช่น พันธ์ไดโรที เปอร์กิน เป็นต้น
8.) กุหลาบพุ่ม หรือ ซรับโรส (Shrub หรือ S.) ได้แก่กุหลาบพันธุ์ป่าหรือลูกผสมของพันธุ์ป่า ซึ่งมีทรงต้นเป็นพุ่ม ออกดอกเป็นช่อ ดอกมีขนาดเล็กส่วนมากมีกลีบชั้นเดียว เช่น พันธ์โรซ่า นิติด้า , โรซ่า มัลติฟลอร่า, โรซ่า รูโกซ่า เป็นต้น
 [http://www.xn--12ca4dscc8ayd2f.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B1/]

การเกษตรเรื่องสัตว์เศรษฐกิจ

การเกษตรเรื่องการเก็บน้ำผึ้ง


การเกษตรเรื่องการเก็บน้ำผึ้ง
การเก็บน้ำผึ้งมีด้วยกันอยู่ 2 วิธี คือ
•การเก็บน้ำผึ้งแบบสมัยเก่า หลังจากที่เกษตรกรเลี้ยงผึ้งได้ประมาณ 3 เดือน ให้ทำการตรวจเช็คดูรวงผึ้งว่ามีกี่รวงและมีขนาดที่ใหญ่พอจะเก็บผลผลิตได้หรือไม่ โดยการเก็บรวงผึ้งเกษตรกรไม่ควรเก็บหมดให้เหลือรวงผึ้งไว้ระมาณ 3-4 รวง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของรวงผึ้งด้วย รวงผึ้งที่เกษตรกรทำการเก็บนั้นให้ตัดเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำผึ้งเท่านั้น จากนั้นให้นำรวงผึ้งไปสับบนตะแกรงที่มีถังสำหรับเก็บน้ำผึ้งรองอยู่ด้านล่าง หลังจากนั้นให้ทิ้งน้ำผึ้งไว้ประมาณ 3 วัน เศษผงหรือเศษรังผึ้งจะลอยขึ้นมาให้ทำการตักทิ้งเสีย ข้อควรระวังคือ ขณะที่ทำการเก็บน้ำผึ้งเกษตรกรไม่ควรใช้มือบีบรวงผึ้งเพราะจะทำให้รงผึ้งหรือตัวอ่อนลงไปในน้ำผึ้งได้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้รสชาติของน้ำผึ้งเปลี่ยนไป
•การเก็บน้ำผึ้งแบบสมัยใหม่ มีด้วยกันอยู่ 2 วิธี คือ 1. การเก็บน้ำผึ้งโดยใช้ถังสกัด ก่อนทำการเก็บน้ำผึ้งเกษตรกรควรใชแปรงปัดตัวผึ้งลงในรังให้หมดเสียก่อน จากนั้นให้ทำการใช้มีดปากไขผึ้งที่ปิดหลอดรวงน้ำผึ้งออก นำมาใส่ในถังสลัดน้ำผึ้ง เมื่อเกษตรกรได้น้ำผึ้งในปริมาณที่ต้องการแล้วให้นำน้ำผึ้งไปใส่ในถังหมักและบรรจุขวดต่อไป การเก็บน้ำผึ้งด้วยวิธีนี้จะช่วยให้เกษตรกรได้น้ำผึ้งที่สะอาดและบริสุทธิ์ 100 % 2. การเก็บน้ำผึ้งโดยไม่ใช้ถังสกัด เกษตรกรควรตัดเฉพาะส่วนของน้ำผึ้งทั้งหมดด้านบน โดยเหลืออาหารให้ผึ้ง 3-4 รวง การตัดแบบนี้ผึ้งงานจะสร้างหลอดรวงใหม่ได้ช้า หรือตัดเป็นช่วง ๆ การตัดน้ำผึ้งวิธีนี้สามารถตัดได้ทุกรวงเพราะมีส่วน ของน้ำผึ้งเหลือไว้ให้เป็นสารของผึ้ง และจะทำให้ผึ้งซ่อมแซมรังได้รวดเร็วกว่าวิธีแรก
[http://www.xn--12ca4dscc8ayd2f.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3/]

การเกษตรเรื่องพืชเศรษฐกิจ

เลี้ยงครั่งบนต้นฉำฉา มีรายได้โดยไม่ต้องดูแล


•ครั่งไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรมาก เพียงแค่นำพันธุ์ครั่งไปแขวนไว้ตามกิ่งของต้นฉำฉาที่มีอายุอย่างน้อย 5 ปี ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ถ้าหากปล่อยติดก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมของปีถัดไป พูดง่ายๆคือทิ้งไว้ 1 ปีแล้วมาเก็บเกี่ยว โดยการตัดฟันลงมา แล้วเลาะเอาครั่งออกจากกิ่งไม้แค่นั้น
•เสนอราคาครั่งตอนนี้ถือว่าโอมากครับ อยู่ระหว่าง 80-250 บาท ต่อกิโลกรัม(แล้วแต่ปริมาณผลผลิตในท้องตลาด) ถ้าคิดง่ายๆต้นฉำฉาใหญ่ๆ ต้นนึงอย่างน้อยก็โดนละต้นละ 5000 บาท ลองคิดว่าท่านปลูกฉำฉาไว้สัก 100 ต้นสิครับ มันจะเป็นเงินขนาดไหน
•แต่เห็นตัวเลขแล้วก็อย่าพื่งตาโตจนไปทุ่มทุนสร้างนะครับ เพราะบางพื้นที่ก็ไม่สามารถเพาะเลี้ยงครั่งได้(ปล่อยไม่ติด) ซื่งก็ไม่สามารถระบุเฉพาะเจาะจงได้แน่ชัดนักว่าทำไมถึงปล่อยครั่งไม่ติด แต่คร่าวๆ ก็มีสาเหตุมาจากมลพิษทางอากาศ ละอองสารเคมีจากการเกษตร ภาวะฝุ่นควันจากการเผาไหม้ ตลอดจนสภาพดินฟ้าอากาศในปีนั้นๆครับ
[http://www.xn--12ca4dscc8ayd2f.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90/]

การเกษตรเรื่องพืชอาหารสัตว์

วิธีการปลูกถั่วฮามาต้า


•ถั่วฮามาต้าจะปลูกโดยใช้เมล็ดพันธุ์ ซื่งก่อนปลูกต้องมีการเร่งความงอกของเมล็ดก่อนโดยการแช่เมล็ดในน้ำร้อนอุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส นาน 5-10 นาที หลังจากนั้น ก็จะใช้เมล็ดที่แช่น้ำร้อนแล้วไปปลูกโดยใช้อัตรา 1.5-2 กิโลกรัม/ไร่ โดยให้หยอดเมล็ดพันธุ์เป็นแถวให้ระยะห่างกัน 30-50 เซ็นติเมตร
•ในกรณีที่ปลูกถั่วฮามาต้า ในพื้นที่ดินทรายเนื้อหยาบหรือดินเหมืองแร่เก่า ควรใส่ปุ๋ยคอกเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดินขณะเตรียมดิน และไถพรวนกลบปุ๋ยคอกก่อนปลูกถั่วอย่างน้อย 3 สัปดาห์ และก่อนปลูกถั่วฮามาต้า ควรใส่ปุ๋ยผสมสูตร 15-15-15 ในอัตราประมาณ 30-50 กิโลกรัม/ไร่ เป็นปุ๋ยรองพื้น สำหรับในปีต่อๆไปควรใส่ปุ๋ยทริปเปิลซุปเปอร์ฟอสเฟต(0-46-0) ในอัตราประมาณ 20-30 กิโลกรัม/ไร่ ในขณะที่ดินมีความชื้นเหมาะสม และสับดินกลบในช่วงต้นฤดูฝนของทุกปี
•ควรกำจัดวัชพืชครั้งแรกหลังจากท่ปลูกถั่วได้ประมาณ 3-4 สัปดาห์ และกำจัดวัชพืชครั้งที่ 2 หลังจากที่กำจัดวัชพืชครั้งแรกได้ประมาณ 1-2เดือน
[http://www.xn--12ca4dscc8ayd2f.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3/]

การเกษตรเรื่องพืชสมุนไพร

การขยายพันธุ์ใบเตยหอม


การขยายพันธุ์ใบเตยสามารถทำได้ง่าย เพียงแค่นำท่อนพันธุ์มาปลูกลงดินแล้วรดน้ำอย่างสม่ำเสมอก็สามารถทำให้เตยเติบโตได้แล้ว(ปลูกไว้ริมแหล่งน้ำก้ได้) แต่ถ้าหากจะปลูกในเชิงธุรกิจ ก็จะมีขั้นตอนดังนี้ครับ
•1. หลังจากไถพรวนเตรียมพื้นที่ปลูกเรียบร้อยแล้ว ให้ขุดหลุมขนาดกว้างประมาณ 5×5 เซ็นติเมตรลึกประมาณ 6 เซ็นติเมตร
•2. จากนั้นให้นำปุ๋ยคอกลงก้นหลุม แล้วให้ใส่ท่อนพันธุ์ใบเตยลงไป แล้วกลบดินทับ
•3. ขุดหลุมปลูกต่อไปให้มีระยะห่างประมาณ 10 เซ็นติเมตร
•4. เมื่อปลูกเสร็จแล้วถ้าไม่มีฝนตกให้ทำการรดน้ำให้ชุ่มชื้น
[http://www.xn--12ca4dscc8ayd2f.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3/]

การเกษตรเรื่องพืชพลังงาน

สาหร่ายพืชเปลี่ยนโลก
แม้สาหร่ายจะไดชื่อว่าเป็นพืชชั้นต่ำ แต่ถ้าได้ลองศึกษาเรื่องของสาหร่ายแล้ว จะเห็นว่าสาหร่ายเป็นอนาคตของโลก เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถนำมาตอบสนองเพื่อใช้ประโชน์ได้ในหลายๆด้าน ทั้งนำมาเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ ยา เครื่องสำอาง พลังงาน บำบัดน้ำเสีย
ในหลายประเทศมีการศึกษาวิจัยและนำมาใช้ประโยชน์อย่างยาวนาน สาหร่ายหลายชนิดมีการเพาะเลี้ยงเชิงเศรษฐกิจ เช่น สาหร่ายสไปรูลินาที่เป็นสาหร่ายน้ำจีดที่ให้โปรตีนสูง สามารถทำการเกษตรเพาะเลี้ยงได้แทบทุกภาคของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีสาหร่ายน้ำเค็ม เช่นสาหร่ายผมนาง สาหร่ายพวงองุ่น สาหร่ายผักกาดทะเล ฯลฯ ซื่งเพาะเลี้ยงกันในทะเลหรือใกล้ชายฝั่งทะเล นอกจากนี้ยังมีสาหร่ายน้ำจืดธรรมชาติกระจายอยู่ในหลายๆพื้นที่ ดังนั้นการศึกษาเรื่องสาหร่ายในประเทศไทยจึงควรเดินหน้าต่อไป เพราะเมื่อเกิดปัญหาวิกฤตต่างในอนาคต เช่น เรื่องขาดแคลนอาหาร ขาดแคลนยา ขาดพลังงาน เป็นต้น วันนั้นพืชชั้นต่ำอย่างาหร่ยจะเป็นตัวแห้ปัญหาทั้งหมด


[http://www.xn--12ca4dscc8ayd2f.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99/]




การเกษตรเรื่องพืชผัก

ข้อดี ข้อเสียในการปลูกต้นไม้แบบกระถางแขวน

กระแสการปลูกผักปลอดสารพิษทานเองกำลังมาแรง ทำให้มีคนสนใจที่จะปลูกกินเองเป็นจำนวนมาก สำหรับคนที่มีพื้นที่ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับคนเมืองหรือคนที่มีพื้นที่น้อยก็คงต้องหาทางประยุกต์การเพาะปลูกไปตามลักษณะพื้นที่ หนึ่งในนั้นคือการปลูกผักใส่กระถางแขวนไว้ตามระเบียง ข้างบ้าน ริมรั้ว
การปลูกผักใส่กระถางแขวนมีข้อดีคือประหยัดพื้นที่ สามารถป้องกันสัตว์เลี้ยงมาขุดคุ้ยได้ แต่ก็มีข้อเสียคือกระถางใส่ดินได้จำกัด จึงไม่สามารถปลูกพืชพักที่หยั่งรากลึกได้ พืชจะไม่โตแคระแกร็น และยังจะเป็นต้องรดน้ำบ่อยๆ(เช้า-เย็น) เพราะความชื้นสามารถระเหยได้อย่างรวดเร็ว(สามารถลดการระเหยได้ด้วยการหาวัสดุเหลือใช้มาคลุมเ เช่น แกลบดิบ ฟางข้าวใบไม้ เป็นต้น)
[http://www.xn--12ca4dscc8ayd2f.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81/]